ชัวร์สุด! ล้างผักผลไม้ ด้วยน้ำไหลผ่าน 2 นาที ลดสารเคมีตกค้างได้ถึง 92 %

สธ. แนะล้างผักผลไม้ด้วยวิธี ลอกเปลือกทิ้ง แช่น้ำ 10-15 นาที และล้างด้วยน้ำไหลผ่าน 2 นาที ชี้ลดสารเคมีได้ถึง 92 เปอร์เซ็นต์
กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนเลือกบริโภคผักผลไม้พื้นบ้านที่มีตามฤดูกาล ช่วยลดความเสี่ยงสารเคมีตกค้างอันตราย หากไม่มั่นใจแนะนำวิธีล้างผักผลไม้ง่ายๆ สะดวก ประหยัด ด้วยการลอกเปลือกทิ้ง แช่น้ำ 10-15 นาที และล้างด้วยน้ำไหลผ่าน 2 นาที ชี้ช่วยลดสารเคมีที่เกาะติดตามผิวผักผลไม้ได้มากที่สุดถึง 92 เปอร์เซ็นต์


ข้อแนะนำในการเลือกซื้อผักสดที่สะอาด ปลอดภัย มีดังนี้

1.เลือกซื้อผักสดที่สะอาด ไม่มีคราบดินหรือคราบขาวของสารพิษกำจัดศัตรูพืช หรือเชื้อรา หรือกลิ่นฉุนผิดปกติ เลือกที่มีรูพรุนเป็นรอยกัดของหนอนแมลงอยู่บ้าง

2.เลือกซื้อผักสดอนามัยหรือผักกางมุ้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือแหล่งเพาะปลูกที่เชื่อถือได้อื่นๆ และสับเปลี่ยนแหล่งซื้ออยู่เสมอ

3.เลือกกินผักตามฤดูกาล เนื่องจากผักที่ปลูกได้ตามฤดูกาลจะมีโอกาส เจริญเติบโตได้ดีกว่านอกฤดูกาล ทำให้ลดการใช้สารเคมีและปุ๋ยลง

4.เลือกกินผักพื้นบ้าน เช่น ผักแว่น ผักหวาน ผักติ้ว ผักกระโดน ใบย่านาง ใบเหลียง ใบยอ ผัก กระถิน ยอดแค หรือผักที่สามารถปลูกได้เองง่ายๆ และ

5.ไม่กินผักชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นประจำ ควรกินให้หลากหลายชนิดสับเปลี่ยนกัน เพื่อได้รับประโยชน์ทางด้านโภชนาการ และหลีกเลี่ยงการรับพิษสะสม


ทั้งนี้ หากไม่แน่ใจว่าผักสดและผลไม้ที่ซื้อมาบริโภคปลอดภัยจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ หรือไม่ การล้างผักสดและผลไม้ที่ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดปริมาณการปนเปื้อนลงได้ วิธีที่ง่ายๆ สะดวก ประหยัดและเป็นวิธีการที่แนะนำได้แก่ การลอกเปลือกทิ้ง แช่น้ำ 10-15 นาที และล้างด้วยน้ำไหลผ่าน 2 นาที ซึ่งการศึกษาของกรมวิชาการเกษตร ระบุสามารถลดสารเคมีที่เกาะติดตามผิวผักผลไม้ได้มากที่สุดถึงร้อยละ 92


นอกจากนี้ ยังมีวิธีใช้สารละลายอื่นๆ ในการล้าง ได้แก่

1.ใช้น้ำเกลือ ใช้เกลือ 2 ช้อนโต๊ะพูนต่อน้ำ 4 ลิตร

2.ใช้น้ำปูนคลอรีน โดยผสมผงปูนคลอรีน 1/2 ช้อนชาในน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากันทิ้งไว้ให้ตกตะกอน รินเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำใสผสมน้ำสะอาด 20 ลิตร

3.ใช้น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยต่อน้ำ 4 ลิตร

4.ใช้น้ำโซดา นำโซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร

5.ใช้น้ำยาล้างผัก ตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ แล้วจึงนำผักสดมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

ส่วนผักที่มีลักษณะเป็นหัว ผล หรือผลไม้ที่กินทั้งเปลือก เช่น องุ่น ล้างด้วยน้ำผสมด่างทับทิม 10-20 เกล็ด ผสมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ และหยดสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 20 หยด แช่นาน 5 นาที โดยใช้มือถูตามผิวของผล แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีก 1-2 ครั้ง ซึ่งวิธีการล้างต่างๆ เหล่านี้มีประสิทธิภาพในการลดสารเคมีกลุ่มที่ไม่ดูดซึม ได้แก่ เมทธิลพาราไธออน มาลาไธออน ได้ตั้งแต่ร้อยละ 6-92

ที่มาข่าวโดย สำนักสารนิเทศ

หี หรือ หีมีกลิ่น (Vulvovaginal odor) เป็น อาการหรือภาวะ ไม่ ใช่โรค โดยเป็นอาการ/ภาวะที่บริเวณอวัยวะเพศ และ/หรือบริเวณหีมีกลิ่นเหม็น

โดยทั่วไป ทั้งในเพศหญิงและในเพศชาย ในบริเวณที่เป็นเนื้อเยื่อเมือก (Mucosa เนื้อ เยื่อบุภายในอวัยวะต่างๆ) จะมีการสร้างสารคัดหลั่ง/น้ำเมือกเพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นต่อเนื้อเยื่อเมือกเหล่านี้ ซึ่งน้ำเมือกนี้ มักมีกลิ่นคาวเล็กน้อย ทั้งนี้รวมทั้งเยื่อเมือกของอวัยวะเพศและของหี ดังนั้นในบริเวณนี้ของผู้หญิงทุกคน และทุกวัย จึงมีกลิ่นคาวอ่อนๆเป็นปกติเสมอ ซึ่งกลิ่นคาวนี้อาจแรงขึ้นบ้างในช่วงใกล้มี ประจำเดือนจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศที่ก่อให้เกิดการมีประจำเดือน โดยอาจเกิดร่วมกับการมีตกขาว สีขาวเหมือนแป้งเปียก หรือขาวใสเล็กน้อยพอติดกางเกงในได้ ซึ่งทั้งหมดจัดเป็นภาวะปกติ

แต่ถ้ามีกลิ่นจากอวัยวะเพศ และ/หรือหีรุนแรงมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับ ตกขาวปริมาณมาก มีสีและลักษณะที่ผิดปกติ (เช่น เหลือง หรือเป็นมูก มูกปนเลือด หรือ เป็นเลือด) มีผื่นในบริเวณอวัยวะเพศ คัน แสบผิวหนังส่วนอวัยวะเพศ/หี เกิดการเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และ/หรือ ปวด/เจ็บ แสบเมื่อปัสสาวะ หรือปัสสาวะขุ่น ถือว่า เป็นอาการผิดปกติ ที่ควรต้องพบแพทย์/สูตินรีแพทย์

อาการอวัยวะเพศ/หีมีกลิ่น เป็นอาการพบได้บ่อย มีการศึกษาพบว่า ประมาณ 1ใน 3 ของผู้หญิง ต้องเคยมีอาการนี้ อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต เป็นอาการพบได้ในทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้บ่อยในช่วงวัยมีประจำเดือน หรือวัยเจริญพันธุ์

กลิ่นผิดปกติของหีเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย ได้แก่

    มีความผิดปกติของสมดุลของแบคทีเรียประจำถิ่นของหี โดยในภาวะปกติทั่วไป หีจะมีแบคทีเรียชนิดไม่ก่อโรคมากมายหลายชนิด ซึ่งอยู่กันอย่างมีสมดุล (แบคทีเรียประจำถิ่น) ภายใต้ความเป็นกรดอ่อนๆของหี โดยจะมีจำนวนแบคทีเรียในกลุ่มของแบคทีเรีย Lactobacilli เป็นตัวหลักในการควบคุมสมดุลนี้ แต่ถ้ามีภาวะผิดปกติที่ส่งผลให้ปริมาณ Lactobacilli ลดลง จะส่งผลให้แบคทีเรียชนิดอื่นๆเจริญเติบโตเพิ่มมากกว่าปกติ ซึ่งแบคทีเรียกลุ่มนี้มักสร้างกลิ่น ที่ก่อให้เกิดภาวะหี/อวัยวะเพศมีกลิ่น และบ่อยครั้งจะเกิดร่วมกับการมีตกขาว ที่มีสีขาวเทาเล็กน้อย โดยการเกิดกลิ่นและตกขาวมักรุนแรงขึ้นหลังมีเพศ สัมพันธ์ ทั้งนี้ไม่จัดเป็นการติดเชื้อ เพราะไม่มีลักษณะของการอักเสบของหี โดยเรียกภาวะขาดสมดุลของแบคทีเรียของหีนี้ว่า “Bacterial Vaginosis”

ปัจจัยเสี่ยงต่อการที่ทำให้ปริมาณ/จำนวน แบคทีเรียกลุ่ม Lactobacilli ลดลงจนเกิด ภาวะ Bacterial vaginosis ได้แก่

    การกินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ หรือกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะยาจะไปฆ่าทำลาย แบค ทีเรีย Lactobacilli
    การสวนล้างหี เพราะจะทำให้หีมีภาวะเป็นด่าง จำนวนแบคทีเรีย ที่สร้างกลิ่นจึงสูงขึ้น ในขณะที่ แบคทีเรีย Lactobacilli มีจำนวนลดลง
    การมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะกับคู่นอนหลายคน หรือเมื่อเปลี่ยนคู่นอนเป็นคนใหม่ (แพทย์ยังอธิบายเหตุผลไม่ได้ว่า ทำไม)
    การตั้งครรภ์ เพราะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งส่งผลถึงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบางชนิดในหี
    ภาวะ/วัยหมดประจำเดือน เนื่องจากการขาดฮอร์โมนเช่นกัน
        จากการติดเชื้อ โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อของอวัยวะเพศและของหีซึ่งมีการบาดเจ็บและการตายของเซลล์ จึงก่อให้เกิดกลิ่นได้ โดยเฉพาะ การติดเชื้อราในหี หนองในเทียม การติดเชื้อทริโคโมแนส (พยาธิหี) การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน และการติดเชื้อในโพรงมดลูกจากการใส่ห่วงคุมกำเนิด
        รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศไม่ดีพอ เช่น กางเกงใน หรือขนอวัยวะเพศ มีการหมักหมมของสารคัดหลั่ง และ/หรือของคราบประจำเดือน หรือกลิ่นช่วงมีประจำเดือนจากการไม่เปลี่ยนผ้าอนามัย และบางครั้งเมื่อใช้ผ้าอนามัยแบบสอด อาจลืมผ้าอนามัยไว้ในหี
        จากการกินอาหารบางประเภทที่ให้กลิ่นปนมาในปัสสาวะ และปัสสาวะติดกางเกงใน หรือทำให้อุจจาระมีกลิ่นรุนแรงจึงติดมาถึงบริเวณอวัยวะเพศ เช่น อาหารทะเลบางชนิด หัวหอม /ต้นหอม เครื่องเทศบางชนิด เป็นต้น
        ภาวะอับชื้นจากเหงื่อออกมากทั่วตัว หรือออกบริเวณอวัยวะเพศ เช่น โรคอ้วน ใส่เสื้อผ้า กางเกงในรัดรูปมาก หรือเป็นวัสดุที่ระบายความร้อนได้ไม่ดี
        จากโรคมะเร็งของอวัยวะเพศ เช่น โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือโรคมะเร็งหี
        ที่พบได้บ้างประปราย คือ มีการอักเสบเรื้อรังของทวารหนัก จนก่อให้ทวารหนักทะลุเข้าหี/Rectovaginal fistula (หีอยู่ติดกับด้านหน้าของทวารหนัก) อุจจาระจึงออกมาทางหีก่อให้เกิดกลิ่นได้

หี/อวัยวะเพศมีกลิ่น มักเกิดร่วมกับอาการอื่นๆ คือ

    ตกขาวผิดปกติ เช่น ปริมาณมาก สีเหลือง ขาวขุ่น หรือเป็นแผ่นเหมือนฝ้านม หรือเป็นมูก หรือ เป็นเลือด
    อาการคัน อวัยวะเพศ ปากหี และ/หรือ คันทวารหนัก
    ผื่นคันบริเวณอวัยวะเพศ
    อาจแสบ ร้อน เจ็บ อวัยวะเพศ
    เจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์
    ปวด/เจ็บ แสบเมื่อปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่น และ/หรือปัสสาวะเป็นเลือด

แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุของหี/อวัยวะเพศมีกลิ่นได้จาก ประวัติอาการ ประวัติเพศสัมพันธ์ วิธีดูแลอวัยวะเพศ/หีของผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประวัติการใช้ยาปฏิชีวนะ ประวัติประจำเดือน และ วิธีการคุมกำเนิดต่างๆ การตรวจร่างกาย การตรวจภายใน อาจมีการตรวจเชื้อ และ/หรือเพาะเชื้อจากสารคัดหลั่ง และอาจมีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ทั้งนี้ขึ้นกับความผิดปกติที่แพทย์ตรวจพบและดุลพินิจของแพทย์

นางเอกหนังโป๊ ถูกจับพร้อมรถซูเปอร์คาร์ แทนที่จะออกใบสั่ง ตำรวจกลับทำสิ่งนี้กับเธอ

ถ้าหากคุณเป็นคนติดตามแวดวงหนังเรตเอ็กซ์ก็น่าจะรู้จัก มาเรย์ก้า ฟอกซ์ ดาราหนังxและน่าจะรู้เรื่องราวส่วนตัวของเธอว่าเธอยังเป็นสาวนักซิ่ง เจ้าของ GT-R PD750 Wide Body อีกด้วย


แต่วันนี้เราคงไม่มาชวนคุณนั่งคุณถึงผลงานของนางเอกหนังผู้ใหญ่วัย 25ปีคนนี้ ฉะนั้นเราขอพูดถึงเรื่องรถของเธอแบบเพียวๆ เรื่องมันมีอยู่ว่าไม่นานมานี้ เธอขับ Nissan GT-R 750แรงม้าคันงามของเธอในงานพบปะเหล่าคนรักรถซูเปอร์คาร์


ระหว่างการขับรอบสุดท้ายของเธอ ซึ่งเธอเป็นคนขับโดยมีเพื่อนอีกคนที่นั่งประกบทำหน้าที่คอยถ่ายวีดีโอ ช่วงที่ผ่านหุบเขาในโมนาโก เธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งเรียกให้จอดรถ แต่แทนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกใบสั่งให้กลายเป็นว่า เขาขอถ่ายรูปคู่กับเธอโดยมีแบ็คกราวด์เป็นเจ้า Nissan GT-R



งานนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตนเองหรือไม่ หากนางเอกสาวขับรถผิดกฏจราจร แต่ในฐานะผู้ชาย พี่จ่าถือว่าได้ทำหน้าที่ให้หนุ่มๆ หลายคนอิจฉากันเยอะเลยทีเดียว

ด้านล่างนี่คือคลิปลีลาการขับ Nissan GT-R ของเธอ


ฉาวอีก! คลิปว่อนเน็ต พระนั่งดูหนังโป๊ วิจารณ์สนุกปาก

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการประพฤติไม่เหมาะสมของพระสงฆ์ ก่อให้เกิดเสียงติฉินนินทาในหมู่สาธุชน โดยล่าสุดเป็นประเด็นคลิปที่มีการแชร์กันถึงเหตุการณ์ที่พระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งกำลังนั่งดูคลิปโป๊ พร้อมออกรสวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปาก


ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์มาจากแฟนเพจ YouLike (คลิปเด็ด) ได้โพสต์คลิปที่มีชื่อว่า “คลิปฉาว พระแว่นวัดดังนั่งดูหนังโป๊ พลางวิจารณ์สนุกปาก” ซึ่งเป็นคลิปที่มีความยาวเพียง1.58 นาที เผยให้เห็ยเหตุการณ์พระใส่แว่นนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ในหน้าจอคอมพิวเตอร์มีคลิปอันไม่เหมาะสม พร้อมทั้งพระได้มีการพูดถึงนักแสดงในคลิปว่าเล่นได้สุดยอดมาก


โดยหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ได้ชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาตำหนิพฤติกรรมของพระรูปนี้พร้อมมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนา พระมหาเถรสมาคม หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาด้วย